ยินดีต้อนรับพี่น้องพยาบาลทั่วประเทศทุกท่าน แนวทางปฏิบัติสำหรับพยาบาล แนวทางการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า

postheadericon ภาพกิจกรรมชุมชนพยาบาล

postheadericon แนวทางการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า

แนวทางการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Post- exposture treatment)
  1. ควรฉีดแบบเข้ากล้ามเนื้อดีที่สุด  ส่วนการฉีดแบบเข้าผิวหนัง เหมาะสำหรับสถานบริการที่พร้อม มีบุคลากรที่ได้รับการฝึกให้ฉีดเข้าในผิวหนังได้ถูกต้อง เป็นการประหยัด ถ้าผู้ป่วยฉีดแบบ ID จากที่อื่นมาให้ฉีดแบบ ID ต่อไป
  2. กรณีถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัดมา ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนับ้าให้ได้ 3 เข็ม ใน 7 วัน วันที่ 0 วันที่ 3 และวันที่ 7      และให้สังเกตสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่อจนวันที่ 14 ถ้าปกติไม่ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  3. ถ้าผู้ป่วยลืม โดยมาวันที่ 0 แล้วผู้ป่วยลืมและมาวันที่ 4 ให้ฉีดเข็มที่ 2 ต่อ ส่วนเข็มที่ 3 ให้ฉีดวันที่7 หลังสัมผัสโรค เนื่องจากมีการทำวิจัยแล้วพบว่า การฉีดวัคซีน วันที่ 0 วันที่ 3 และวันที่ 7จะทำให้มีภูมิคุ้มกันโรคได้ดีที่สุด
  4. ถ้าผู้ป่วยลืม โดยมาวันที่ 0 แล้วผู้ป่วยลืมและมาวันที่ 30 ให้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าใหม่ให้ได้ 3 เข็ม ใน 7 วัน วันที่ผู้รับบริการมาให้นับเป็นวันที่ 0 และฉีดต่อเนื่องวันที่ 3 วันที่ 7 เนื่องโรคมีระยะฟักตัว 1 ปี
  5. ถ้าผู้ป่วยฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าครบ 3 เข็ม หรือ 5 เข็ม แล้วสัมผัสโรคซ้ำ ให้ฉีดกระตุ้นดังนี้
            5.1      ถ้าสัมผัสโรคภายใน 6 เดือน หลังฉีดวัคซินเข็มสุดท้าย ให้ฉีดวัคซินเข้ากล้ามเนื้อ 1 เข็ม ครั้งเดียวในวันแรก
            5.2      ถ้าฉีดวัคซินเข็มสุดท้ายเกิน6 เดือน ให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ 2 เข็ม ในวันที่ 0 และวันที่3

         ในกรณีดังกล่าวที่ฉีดวัคซีนกระตุ้น ภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นในระดับสูงอย่างรวดเร็ว จึงไม่ต้องฉีดอิมมูโนโกลบุลิน
  1. Rabies Immunoglobulin ERIG ( Equine Rabies Immunoglobulin ) 5 ml./1000 IU
    dose 40 IU/kg.ให้ RIG ตั้งแต่วันแรกที่พบหรือเร็วที่สุด แต่ต้องไม่เกิน 7 วัน เพราะยาจะไปกดภูมิของร่างกายตนเอง
        การฉีดอิมมูโนโกลบุลิน ERIG 40 IU/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (ให้คิดแบบIdeal Body Weight : ใน internet web ให้ดูที่ Favorites เพื่อหา file : www.halls.md/ideal-weight/body.htm โดยมีสูตรสำเร็จรูปในการคำนวณในผู้ป่วยที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอมเกินไป)และต้องทำ skin test โดยฉีด intradermal skin test ก่อนใช้ทุกครั้งเจือจาง ERIG/NSS     ( 1 : 100 ) แล้วฉีด 0.02 ml.ที่ท้องแขนให้นูนประมาณ 3 มม.แล้วรอ 15-20 นาที ถ้ามีรอยนูนบวมแดง > 6 mm. และมีรอยแดงล้อมรอบ --> positive
ถ้าแพ้ ERIG ให้ใช้ HRIG 20 IU./kg.ฉีด RIG หลังล้างแผลให้สะอาดที่สุด โดยฉีดรอบแผลคล้ายฉีดยาชา และสามารถเจือจางกับ NSS ได้มากถึง 3 เท่า ถ้าคิดว่าไม่พอฉีด แต่ถ้าหากเหลือให้ฉีด IM ที่อื่นจนหมด รอบตาควรใช้ HRIG เท่านั้น ถ้าฉีดไม่ได้ ใช้หยอดตาแทน
  1. วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ละลายแล้วให้เก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ควรใช้ภายใน 8 ชั่วโมงเพื่อให้วัคซีนมีคุณภาพสูงสุด
  2. เจ้าหน้าที่ช่วยเน้นย้ำให้ผู้ป่วยมาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามนัด แต่ถ้าลืมให้อธิบายถึงความสำคัญในการวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและอันตรายของโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนเจ้าของสุนัขให้อธิบายเรื่องการฉีดวัคซินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สุนัขให้ครบตามที่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาฉีดให้ที่บ้านและการอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ใบยืนยันการรับวัคซีนของสุนัขให้เจ้าของสุนัขนำมาพร้อมผู้ป่วย
  3. Antibiotic ให้ Amoxicillin(30-50mg./kg./day) or Erythromycin(50mg./kg./day) /Clindamycin(10-30mg./kg./dayให้ q 6-8 hr)แทน
 แหล่งข้อมูล  หน่วยงานอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน โรงพยาบาลบ้านหลวง วันที่ 30 ตุลาคม 2553